PAST 2025
นิทรรศการที่ผ่านมา
|
การแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 70
การแสดงศิลปกรรมแห่งชาตินับเป็นเวทีการประกวดระดับชาติที่มีประวัติความเป็นมายาวนานที่สุดในประเทศไทย และจัดการแสดงอย่างต่อเนื่องโดยมหาวิทยาลัยศิลปากร จนถึงปัจจุบันนับเป็นครั้งที่ 70 เพื่อเป็นการสนับสนุนและเปิดโอกาสให้ศิลปินไทยได้มีเวทีแห่งการสร้างสรรค์ในระดับชาติ โดยการส่งผลงานศิลปกรรมประเภทจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ และสื่อประสม เข้าประกวดโดยมีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิร่วมตัดสิน นิทรรศการจัดแสดงระหว่างวันที่ 7 ถึง 27 พฤศจิกายน 2568 ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า กรุงเทพฯ https://maps.app.goo.gl/gqC9eHRbhAnvsU8aA เวลา 9.00 – 16.00 น. พุธ-อาทิตย์ (เว้นวันจันทร์และวันอังคาร) หลังจากนั้นจะนำไปจัดแสดง ณ สถาบันศิลปะในส่วนภูมิภาคต่อไป ในวันอังคารที่ 11 พฤศจิกายน 2568 จะเปิดให้เข้าชมได้เฉพาะเวลา 16.00 - 18.00 น.เท่านั้น ---------- THE 70th NATIONAL EXHIBITION OF ART The National Exhibition of Art has been established continuously to encourage Thai people to learn and understand modern art and submit works for competition. This year, the exhibition has come to its 70th. The competition and exhibition have divided artworks into four categories, which are painting, sculpture, prints and multimedia. All of the artworks have been selected by honorable jurors from various fields of fine arts. The exhibition aims to enhance the art creativity and also promote knowledge of art appreciation to the public. The exhibition will be on view from 7 to 27 November 2025 at the National Gallery in Bangkok, 9 am to 4 pm daily (closed on Mondays and Tuesdays). https://maps.app.goo.gl/gqC9eHRbhAnvsU8aA Then, they will be exhibited in provincial institutes. On 11 November, the exhibition will be open to public only at 4 – 6 pm. |
|
Remnants of Fading Shadows โดย วันทนีย์ ศิริพัฒนานันทกูร
ภัณฑารักษ์ - กฤษฎา ดุษฎีวนิช เมื่อมีเรื่องราวย่อมมีความทรงจำ เมื่อเวลาผันผ่านเศษซากตะกอนความทรงจำย่อมปรากฏร่องรอยที่แผ่วเบา ซีดจาง แต่อุดมไปด้วยเรื่องราว ประวัติศาสตร์ย่อมเดินทางผ่านกาลเวลา พื้นที่ ผู้คน เรื่องราวต่างๆ มากมายไหลเวียนเข้ามากระทบสัจจะและตกผลึกจนกลายเป็นประจักษ์พยานของความเป็นอดีตที่อยู่ในรูปแบบความทรงจำที่แฝงแทรกลงลึกไปยังวัตถุหรือมโนทัศน์ต่างๆ ที่ปกคลุมการให้ค่าหรือการตีความ การเปลี่ยนแปลงเป็นสัจจะของความจริง แต่ตะกอนของความจริงคือความทรงจำที่คุกรุ่นอบอวลและทิ้งร่องรอยจางๆ นิทรรศการ Remnants of Fading Shadows โดย วันทนีย์ ศิริพัฒนานันทกูร คือพื้นที่อันเงียบงันเพื่อสำรวจการเคลื่อนผ่านของร่องรอยความทรงจำ ทั้งในระดับส่วนตัวอันเปราะบางที่ผูกโยงพาดเกี่ยวไปกับสังคม การเมือง ประวัติศาสตร์ รัฐ ชาติ จนถึงการย้อนกลับมามองถึงความเป็นไปของธรรมชาติในมิติของนิเวศวิทยาและระบบสังคมที่กำลังจะแตกสลายและทิ้งร่องรอยบางอย่างไว้เบื้องหลัง บทสนทนาในนิทรรศการ Remnants of Fading Shadows ได้พาผู้ชมนึกย้อนกลับไปมองหาสิ่งต่างๆ รอบตัวที่ดูเหมือนจะเล็กน้อย หลงลืม หรืออาจมองไม่เห็น แต่สิ่งนั้นอาจเป็นก้อนตะกอนของร่องรอยในเรื่องราวมากมายที่ทำให้ชีวิตและสังคมพลิกผัน เงาจากอดีตได้สร้างบทสนทนากับปัจจุบัน วลีที่ไร้เสียงแต่ปรากฏสำนึกแห่งความทรงจำ ร่องรอยต่างๆ มิได้จางหายผ่านไปกับช่วงเวลาที่เปราะบาง หากแต่ความทรงจำที่อยู่เบื้องหลังที่ผันผ่านกาลเวลาเป็นดั่งเถ้าของเงาที่กำลังจากไป เปิดนิทรรศการวันพฤหัสบดีที่ 19 มิถุนายน 2568 เวลา 18.30 น. ณ หอศิลป์มหาวิทยาลัยศิลปากร (วังท่าพระ) นิทรรศการจัดแสดงระหว่างวันที่ 19 มิถุนายน – 31 สิงหาคม 2568 จันทร์ - เสาร์ เวลา 9.00 น. - 18.00 น. (ยกเว้นวันอาทิตย์และวันหยุดราชการ) Remnants of Fading Shadows by Wantanee Siripattananuntakul Curated by Kritsada Duchsadeevanich Where there are stories, there are memories. As time flows, the sediments of memory leave behind faint yet rich traces. History moves through time, spaces, people, and countless narratives that crystallize into witnesses of the past, embedded deep within objects or concepts that shape meaning and interpretation. Change is a truth of reality, but its residue is memory, lingering, smoldering, and leaving subtle imprints. The exhibition Remnants of Fading Shadows by Wantanee Siripattananuntakul offers a contemplative space in which the drifting traces of memory unfold, from fragile personal narratives intricately woven into the fabric of society, politics, history, state, and nation, to meditations on the fate of nature amid collapsing ecosystems and disintegrating social structures that leave behind their lingering imprints. The dialogues within Remnants of Fading Shadows guide viewers back to the seemingly trivial, forgotten, or unseen fragments surrounding them, fragments that may, in truth, be the sediments of countless intertwined narratives that have shaped both life and society. Shadows of the past whisper to the present, their voiceless phrases carrying the breath of memory. These traces do not vanish with the fragile passing of time, but linger, like ashes of shadows, drifting ever so gently through the currents of time. The opening reception is on Thursday 19 June 2025 at 6.30 pm at the Main Hall of the Art Centre, Silpakorn University (Wangthapra). The exhibition will be on view from 19 June to 31 August 2025. Opening Hours: Mon - Sat, 9 am - 6 pm (Closed on Sundays and Public Holidays) |
|
หอศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ชวนเข้าร่วมกิจกรรมเสวนา “หลังปมนิทรรศการกับมุมมองในประเทศไทย”
แนวคิดเรื่องปมนิทรรศการ (exhibitionary complex) ถูกพัฒนาโดย โทนี เบนเน็ตต์ (Tony Bennett) นักทฤษฎีวัฒนธรรมชาวอังกฤษ เพื่ออธิบายว่าพิพิธภัณฑ์ นิทรรศการ และสถาบันในลักษณะเดียวกัน เกิดขึ้นในศตวรรษที่ 19 ในฐานะเครื่องมือในการควบคุมทางสังคมและการให้การศึกษา แตกต่างจากระบบวินัยในยุคก่อนที่อาศัยการลงโทษและการเฝ้าระวัง ปมนิทรรศการ ใช้การจัดแสดงในพื้นที่สาธารณะ—โดยการแสดงวัตถุและองค์ความรู้ต่อผู้ชมจำนวนมาก—เพื่อส่งเสริมคุณค่าอย่างเช่น ระเบียบ วินัย ความเป็นพลเมือง และอัตลักษณ์ของชาติ เป็นวิธีการที่ส่งผลต่อการเข้าใจและกำกับตนเองของคนตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน แต่ในโลกที่ ระเบียบ ถูกเข้าแทนที่ด้วยเครือข่ายและการมีส่วนร่วม ปมของนิทรรศการก็มีการปรับเปลี่ยนไป โรนัลด์ คอล์บ (Ronald Kolb) นักวิชาการ นักวิจัย และภัณฑารักษ์ชาวเยอรมัน เสนอแนวคิดใหม่คือ หลังปมนิทรรศการ (post-exhibitionary complex) ซึ่งมองว่านิทรรศการเป็นพื้นที่ทางสังคมที่กระทำการ—เป็นเขตติดต่อ (contact zones)—ที่แผ่ออกไปนอกขอบเขตของโลกศิลปะในเชิงสุนทรียะ แทนที่จะใช้รูปแบบ “แสดงและบอก” แบบดั้งเดิม แนวทางแบบหลังนิทรรศการที่สนับสนุนรูปแบบการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมและตัดข้ามมิติทางวิชา (transversal) ที่เปิดเผยสิ่งต่าง ๆ สู่สาธารณะอย่างกระตือรือร้น สนทนาครั้งนี้จะชวนคิดต่อถึงสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างปมนิทรรศการ และหลังปมนิทรรศการในบริบทของประเทศไทย ทบทวนความเปลี่ยนแปลงภายในประเทศ พร้อมตั้งคำถามว่า หลังปมนิทรรศการ คืออะไรในบริบทหลังอาณานิคม เป็นสิ่งใหม่ หรือเป็นของเก่าเล่าใหม่เพียงเท่านั้น เสวนาโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอกสุดา สิงห์ลำพอง อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร รับผิดชอบการสอนในรายวิชาด้านประวัติศาสตร์ศิลปะตะวันตกตั้งแต่สมัยโบราณ ถึงสมัยกลาง และรายวิชาที่เกี่ยวข้องกับบริบททางสังคมต่าง ๆ เช่น ภาวะอาณานิคม หลังอาณานิคม และเพศภาวะ อาจารย์ ดร. วิภาช ภูริชานนท์ อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร งานวิจัยของเขามุ่งเน้นที่จุดเชื่อมระหว่างการปฏิบัติการภัณฑารักษ์ วัตถุ จดหมายเหตุ เศรษฐศาสตร์ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ วิภาชเคยเป็นภัณฑารักษ์ผู้ช่วยในการจัดงานไทยแลนด์เบียนนาเล่ครั้งแรก (กระบี่, 2561) ภัณฑารักษ์ของงาน Singapore Biennale 2019 (สิงคโปร์, 2562) และภัณฑารักษ์ร่วมของไทยแลนด์เบียนนาเล่ครั้งที่สอง (โคราช, 2564) วันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม 2568 เวลา 15.00 - 17.00 น.ณ ท้องพระโรง หอศิลป์มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ ลงทะเบียนได้ที่ https://forms.gle/E4gYR3rNRfYrR3qx5 กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการ Remnants of Fading Shadows โดย วันทนีย์ ศิริพัฒนานันทกูร |
|
No man ever steps in the same river twice
“สายน้ำนั้นที่ข้าพเจ้าย่างกรายไป หาใช่แม่น้ำสายเดิมอีกต่อไป สิ่งต่างๆ ไหลเคลื่อนผ่าน การผันเปลี่ยนเป็นไปในทุกขณะ เราไม่สามารถเยื้องกรายลงสู่แม่น้ำสายเดิมได้ถึงสองครั้ง” เฮราไคลตัส (Heraclitus) สายธารนั้นอาจดูแน่นิ่งไหลเคลื่อนผ่านตัวเรา ผ่านกาลเวลาไปข้างหน้าอย่างไม่รู้จบ ชีวิตก็เช่นกัน นิทรรศการ No man ever steps in the same river twice นำเสนอช่องว่างอันมีระยะห่างที่เต็มไปด้วยการเคลื่อนผ่านของกระแสธารทางศิลปะ จากเมื่อครั้งอดีตที่ผลงานศิลปะสมัยใหม่ได้จุดประกายไฟอันลุกโชนส่งต่อสู่การผันเปลี่ยนแนวคิดและวิธีการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะร่วมสมัยอันเต็มไปด้วยเหลี่ยมมุมที่สร้างบทสนทนาในระยะห่างดังกล่าว การปรากฏตัวของศิลปะสมัยใหม่ในสังคมไทยเต็มไปด้วยเงื่อนไขทางประวัติศาสตร์สังคม การเมือง และวัฒนธรรมที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากโลกเก่าสู่โลกใหม่ ฉะนั้น ศิลปะในยุคสมัยหนึ่งจึงอุดมไปด้วยเรื่องราวที่เข้มข้นของปรากฏการณ์ทางสังคมที่หล่อหลอมและเคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างน่าสนใจ นิทรรศการนี้เป็นการคัดสรรผลงานจากคลังสะสมศิลปกรรมของมหาวิทยาลัยศิลปากรจากยุคสมัยหนึ่งมาสร้างบทสนทนาแห่งยุคสมัยผ่านผลงานของศิลปินร่วมสมัยที่น่าสนใจในบริบทแห่งการเปลี่ยนผ่าน เราจะได้เห็นรอยเคลื่อนผ่านในช่องว่างของการเปลี่ยนแปลงรูปแบบ แนวคิด เทคนิค หรือแม้กระทั่งทัศนียภาพของการผันผ่านในวิธีคิดทางศิลปะ ผลงานแต่ละชิ้นมีการเคลื่อนผ่านและสร้างบทสนทนาที่ส่งต่อไปยังผู้ชมในปัจจุบันอย่างน่าสนใจ เมื่อโลกเปลี่ยน สังคมเปลี่ยน ศิลปะก็มีการเปลี่ยนผ่านเช่นกัน ในนิทรรศการนี้เราจะได้เห็นสิ่งที่ดำรงอยู่ เคลื่อนคลายและหยอกล้อไปกับสภาพสังคมที่เลื่อนไหลไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดนิ่ง ศิลปิน: อภิชญา วรรณกิจ / นิวัฒน์ มนัสปิยะเลิศ / รณกร เกิดโชติ / สิรวิชญ์ จตุ / ธาดา เฮงทรัพย์กูล / อัญชลี อนันตวัฒน์ // อนันต์ ปาณินท์ / บัณฑิต ผดุงวิเชียร / จักรพันธุ์ โปษยกฤต / ชำเรือง วิเชียรเขตต์ / หริธร อัครพัฒน์ / ไกรษร ศรีสุวรรณ / ปัญญา วิจินธนสาร / ประพัฒน์ โยธาประเสริฐ / สันต์ สารากรบริรักษ์ (ส่วนหนึ่งจากผลงานในคลังสะสมศิลปกรรมมหาวิทยาลัยศิลปากร) ภัณฑารักษ์ - กฤษฎา ดุษฎีวนิช เปิดนิทรรศการวันศุกร์ที่ 4 เมษายน 2568 เวลา 18.30 น. ณ หอศิลป์มหาวิทยาลัยศิลปากร (วังท่าพระ) นิทรรศการจัดแสดงระหว่างวันที่ 4 เมษายน ถึง 7 มิถุนายน 2568 วันจันทร์ - เสาร์ เวลา 9.00 น. - 18.00 น. (ยกเว้นวันอาทิตย์และวันหยุดราชการ) No man ever steps in the same river twice
“The river I wade into is never the same. Its waters drift, its currents change. All things flow, all things fade. In each moment, all is remade. We cannot step in the same river twice.”- Heraclitus The stream may seem still, yet it flows, slipping past us, carried by time’s endless course. So, it is with life. The exhibition “No man ever steps in the same river twice” presents the space of transition within the currents of artistic expression. It reflects on the dynamic flow from the era when modern art first ignited a blaze of innovation, sparking shifts in thought and creative approaches that continue to shape contemporary art today. These transformations create an ongoing dialogue across time and space. In Thailand, the rise of modern art was influenced by historical, social, political, and cultural shifts as the country transitioned from old traditions to a new era. Each artistic era, therefore, encapsulates profound narratives of social phenomena, shaping and shaped by the ever-changing landscape of society. This exhibition brings together selected works from Silpakorn University Art Collections, juxtaposing pieces from a past era with those of contemporary artists to create a dialogue across time. Within this space of transition, we witness shifts in artistic forms, concepts, techniques, and even perspectives on creative thought. Each work embodies a sense of movement, engaging in an ongoing exchange that resonates with the present audience. As the world changes, so too does society, and art evolves alongside it. This exhibition invites us to observe what endures, what transforms, and how art interacts with the ever-shifting social landscape. Artists: Apichaya Wannakit / Niwat Manatpiyalert / Ronnagorn Kerdchot / Sirawit Chatu / Tada Hengsapkul / Unchalee Anantawat // Anand Panin / Bundit Padungvichian / Chakrabhand Posayakrit / Chamruang Vichienket / Haritorn Akarapat / Kraisorn Srisuwan / Panya Vijinthanasarn / Prapat Jothaprasert / San Sarakornborirak (Part of Silpakorn University Art Collections) Curated by Kritsada Duchsadeevanich The opening reception is on Friday 4 April 2025 at 6.30 pm at the Main Hall of the Art Centre, Silpakorn University (Wangthapra). The exhibition will be on view from 4 April to 7 June 2025. Opening Hours: Mon - Sat, 9 am - 6 pm (Closed on Sundays and Public Holidays) |


































